วันอังคารที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2564

พระผงกระดูกผี อาจารย์หนู วัดโพธิ์ (ท่าเตียน)

พระผงกระดูกผี วัดโพธิ์ (ท่าเตียน) สร้างขึ้นเมื่อตอนสงครามอินโดจีนต่อกับสงครามโลกครั้งที่ 2 ประมาณปี พ.ศ.2485 ในครั้งนั้นวัดต่างๆ ก็สร้างวัตถุมงคลเพื่อให้แก่ทางการ เพื่อแจกจ่ายให้กับทหารตำรวจและประชาชน เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและปกป้องคุ้มครองภัย วัดโพธิ์ก็เป็นวัดหนึ่งที่สร้างวัตถุมงคลในครั้งนั้น พระผงกระดูกผี วัดโพธิ์ จัดสร้างโดย พระอาจารย์หนู

พระอาจารย์หนู ท่านเป็นพระที่เดินทางมาจากจังหวัดสุรินทร์ เป็นพระที่มีอาคมแก่กล้า เชี่ยวชาญทางด้านแพทย์แผนโบราณ ท่านจะเลี้ยงว่านต่างๆ ไว้มากมาย ในสมัยนั้นจะมีผู้คนขอให้พระอาจารย์หนูช่วยปัดเป่าทุกข์โศก โรคภัย

พระอาจารย์หนูเป็นพระที่มีวิชาอาคมมาก ท่านได้สร้างพระเครื่องขึ้นโดยนำเอาเถ้ากระดูกของคนตายโหงมาเป็นส่วนผสมในเนื้อพระ เนื่องจากคนที่ตายโหงจะตายก่อนเวลาอันควร บางคนเสียชีวิตทั้งครอบครัวเป็นศพไม่มีญาติ (สมัยนั้นเป็นช่วงสงคราม มีโรคอหิวาระบาด) จึงไม่มีคนทำบุญให้ ท่านเลยนำเถ้ากระดูกเหล่านั้นมาทำเป็นสื่อเพื่อรับบุญจากอาจารย์หนู และจะทำพิธีพลีกรรมก่อนทุกครั้งตามวิชาที่ท่านเรียนมา
ทำให้จาก
"สัมภเวสี" กลับกลายเป็น "เทวดา" มาอารักษ์อยู่ในองค์พระ

นอกจากนี้ ท่านยังได้นำว่านโพงมาบดผสม ชาวบ้านจะเรียกกันว่าว่าน “กระสือ” เชื่อว่ามีอาถรรพ์มากมักขึ้นอยู่ในป่าลึก หากมีสัตว์พลัดหลงเข้าไปในบริเวณดงว่านจะถูกดูดกินเลือดจนตาย คนที่มีวิชาอาคมมักจะนำว่านชนิดนี้มาเลี้ยงไว้เฝ้าบ้าน

ปัจจุบันคนจีนนิยมมากขึ้นทำให้ราคาขึ้นสูงหลายแสน ด้านพุทธคุณจะโดดเด่นทางโชคลาภ การเงิน การงาน ให้ผลเร็วอาจสัมผัสได้  มีผู้กล่าวไว้ว่า "รับรองใช้แล้วต้องถอดพระแพงๆ ออกจากคอ"


 

 


 



วันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

พระปิดตาคลุมโปง “วัดท่าพระ”




     วัดท่าพระแห่งนี้มีพระเกจิอาจารย์อยู่รูปหนึ่ง ที่ชาวบ้านมักจะเรียกท่านว่า “ขรัวคลุมโปง” ประวัติของท่านไม่มีผู้ใดบันทึกไว้เลย ท่านเป็นพระลูกวัดผู้เคร่งในวิปัสสนา พูดน้อย กล่าวกันว่าท่านสามารถรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าได้ (ท่านสำเร็จวิชา โสระตะ) ชาวบ้านชอบไปขอหวยจากท่าน เมื่อมีคนถูกบ่อยเข้าก็มีการกล่าวขวัญถึงไปทั่ว จึงคนมาขอหวยจากท่านจำนวนมาก ท่านก็ไม่ยอมบอกใครอีกเลย ใครไปกราบท่าน ท่านก็จะเอาจีวรคลุมหัวแบบคลุมโปง ด้วยเหตุนี้ชาวบ้านจึงเรียกท่านว่า “ขรัวคลุมโปง”
     ลูกศิษย์ของท่านได้ไปขออนุญาตสร้างพระเครื่อง และท่านก็อนุญาตให้สร้างเป็นพิมพ์พระปิดตา ลักษณะเหมือนคนนั่งคลุมโปง สมัยนั้นเรียกกันว่า “พระปิดตาขรัวคลุมโปง”
     เนื้อพระเป็นเนื้อตะกั่วผสมปรอท เวลาส่องดูเนื้อพระจะเห็นเม็ดปรอทปนอยู่ ท่านสร้างพระปิดตาประมาณปี พ.ศ.2435 แล้วนำไปลงกรุที่ฐานชุกชีที่วัดท่าพระ ในสมัยก่อนเรียกว่า "เกาะท่าพระ"

ด้านพุทธคุณนั้นสุดยอดอยู่ยงคงกระพันและแคล้วคลาด
แต่ที่ใช้มาก็มีเมตตามหานิยมเช่นกัน

พระรอดหลวง กรุวัดมหาวัน จ.ลำพูน

       พระรอดหลวงเป็นพระที่มีพุทธลักษณะคล้ายกับพระคง แต่ขนาดจะเล็กและตื้นกว่าพระคงเล็กน้อย หลังอูมหนาและใหญ่กว่าพระรอด ปรากฏปลายเกศองค์พระ เนื้อละเอียดเช่นเดียวกับพระรอด อายุการสร้างกว่า 1,000 ปี กรุเดียวกับพระรอด วัดมหาวัน เนื้อหาจัดจ้าน ดูง่าย เป็นเลิศด้านพุทธคุณ โชคลาภ แคล้วคลาด คงกะพัน ความนิยมของพระรอดหลวงนั้นสูงมาก และยังพบเจอได้ยากมาก ด้วยจำนวนที่ขึ้นจากกรุนั้นมีน้อย

       องค์ที่นำมาให้ชมนี้ เป็นองค์ที่เจ้าของเดิมเซาะเกศออก (มีรอยมีดบากบริเวณเกศ) เนื้อหาดูเก่าถึงยุค




ข้างล่างนี้เป็นภาพเปรียบเทียบ (ขอขอบคุณท่านเจ้าของภาพมา ณ ที่นี้)





เป็นพระเครื่องที่นำภาพมาแบ่งปันให้ชมกัน รู้ที่บ้าง ไม่รู้ที่บ้าง ผิดถูกต้องขออภัยมา ณ ที่นี้

หลวงปู่เผือก วัดกิ่งแก้ว

หลวงปู่เผือก วัดกิ่งแก้ว พระองค์นี้เป็นพิมพ์ที่ออกหลังรุ่นขุดสระ 10 ปี (โดยประมาณ) เป็นเนื้อที่เหลือจากการสร้างรุ่นขุดสระ เป็นพระกรุออกที่วัดอื่น ไม่ใช่ที่วัดกิ่งแก้ว เจตนาการสร้างดี เนื้อหาดี และหายากมากครับ